ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ผลิตภัณฑ์ตำบล

วงกลองยาว

3
57959
+2
+2

วงกลองยาว

 

ประวัติความเป็นมา

 

 

นายโหย เมฆพันธ์ (โย๋) ครูภูมิปัญญาด้านการตีกลองยาวแห่งชุมชนบ้านทำเลไทย หมู่ที่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน ซึ่งในอดีตชุมชนต่าง ๆ ในท้องที่อำเภอบางปะอิน ยังไม่มีวงกลองยาว ด้วยเป็นคนหนึ่งที่ชอบความสนุกสนานรื่นเริง ชอบในเสียงก ลองยาว จึงได้ฝึกเรียนกลองยาวมาจากชุมชนต่างอำเภอ ด้วยความชอบเป็นพิเศษจึงตามไปดูการแสดงกลองยาวตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในอำเภออื่น และกลับมาฝึกจนเกิดความชำนาญและได้เข้าร่วม วงกลองยาวที่หมู่บ้านในอำเภอผักไห่ จนมีผู้มาติดต่อไปตีกลองยาวตามวงอื่น ๆ โดยได้รับค่าตอบแทนบ้าง หรือขอให้ไปช่วยบ้าง จึงทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้นประกอบกับที่ชุมชนบ้านทำเลไทย ตำบลขนอนหลวง และชุมชนใกล้เคียงในอำเภอบางปะอินยังไม่มีวงกลองยาว จึงมีความคิดริเริ่มอยากก่อตั้งวงกลองยาวในชุมชนขึ้น นายโหย เมฆพันธ์ และนางมะลิ เมฆพันธ์(ภรรยา) จึงช่วยกันร่วมชักชวนญาติพี่น้อง ลูกหลาน และเพื่อนๆ ในชุมชน มาลองฝึกตีกลองยาวกันโดยเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ จากประสบการณ์ที่ตนเองเคยไปตีกลองยาว และช่วยเป็นลูกมือในการทำกลองยาวของคณะอื่นที่ไปร่วมวง ลองทำกลองยาวขึ้นมาเองและหาซื้อกลองยาวมาเพิ่มร่วมถึงซื้ออุปกรณ์ประกอบจังหวะ ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง เมื่อมีอุปกรณ์พอที่จะตีเป็นวงได้แล้วก็นัดรวมกลุ่มกันได้ประมาณ 12 คน ใช้เวลาช่วงว่างจากการทำนา เริ่มถ่ายทอดความรู้พื้นฐานการตีกลองยาว การเทียบเสียง และลองมาบรรเลงรวมวงกันฝึกจนเกิดความชำนาญจนสามารถก่อตั้งวงกลองยาวขึ้นมาได้ โดยเริ่มออกงานตีกลองยาวของชุมชนในงานรื่นเริงต่าง ๆ ขบวนแห่นาค ขบวนทอดผ้าป่า ทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้น และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผู้มาขอฝึกและเข้าร่วมวงเพิ่มขึ้น จนเริ่มมีผู้มาติดต่อว่าจ้างทั้งในชุมชน และต่างชุมชนให้ไป ตีกลองยาวในงานมงคลต่าง ๆ จนเริ่มมีชื่อเสียง ขณะนั้นมีผู้ที่รู้จักชอบพอกันได้นำผ้าห่มองค์หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง ที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาให้หลายผืน นายโหย เมฆพันธ์ (ลุงโย๋) จึงนำผ้าหลวงพ่อโตที่ได้มาตัดเป็นเสื้อประจำวงกลองยาวเพราะคิดว่าเป็นผ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศิริมงคล จากนั้นก็มีผู้มาติดต่อว่าจ้างมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงคิดว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของผ้าห่มองค์หลวงพ่อโต เพื่อให้เป็นศิริมงคลกับวงกลองยาว จึงได้ตั้งชื่อคณะกลองยาวว่า “ศิษย์หลวงพ่อโต” ดังนั้น จึงเริ่มก่อตั้งวงกลองยาวอย่างเป็นทางการแบบเต็มวงขึ้นใน พ.ศ. 2520 และได้ใช้ชื่อดังกล่าว เข้าประกวดแข่งขันกลองยาว จนได้รับรางวัลต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 35 ปีแล้ว และร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ลูกหลาน เยาวชนเด็กรุ่นใหม่ ๆ สืบทอดภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป

 

อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

 

 

1. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวงกลองยาวมาและอนุรักษ์สืบทอด และปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน

2. เอกลักษณ์ในการแต่งตัว จะแต่งตัวที่โดดเด่นไม่เหมือนกับคณะอื่น โดยให้ผู้ แสดงหรือผู้ตีกลองยาวใส่เสื้อนุ่งโสร่งตา ศรีษะโพกผ้าสีชมพู ตีกลองมีทำนองเป็นเพลงพม่า เรียกกันมาแต่เดิมว่า เพลงพม่ากลองยาว (แต่งตัวตามที่มาของพม่า ปัจจุบันมีการประยุกต์การแต่งตัวไปตามสมัยความเหมาะสมกับงาน)

3. มีการบรรเลงกลองยาว มีรูปแบบการบรรเลงในแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของวงกลองยาว “ศิษย์หลวงพ่อโต” หรือ ลุงโหย (โย๋) วงกลองยาวโดยทั่วไปจะประยุกต์รูปแบบทำนองดนตรีลูกทุ่ง (การแสดงนั้นจะมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนไปตามยุกต์สมัย แต่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้อยู่ด้วย)

4. มีการตีกลองแบบโลดโผน เพื่อความสนุกสนาน ใช้กำปั้น ศอก เข่า ศรีษะ ในการตีกลอง และการคาบกลอง ซึ่งผู้แสดงต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการตี

 

มาตรฐานและรางวัลที่ได้รับ

 

 

1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดกลองยาว ชิงถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2537 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร วันที่ 17 พฤศจิกายน 2537

2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดกลองยาว ชิงถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ งานลอยกระทงตามประทีป ประจำปี 2539 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร วันที่ 24 พฤศจิกายน 2539 ถ้วยรางวัลที่ได้รับในการประกวดกลองยาวที่ได้รับพระราชทานการประกวดกลองยาวปี 2539

3. รางวัลชมเชย ในการประกวดกลองยาวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ คุ้มขุนแผน ประจำปี 2542

4. รางวัลชมเชย ในการประกวดกลองยาว งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกและงานกาชาด ประจำปี 2543

5. ได้รับเกียรติบัตรให้แก่เครือข่ายทางด้านวัฒนธรรม และผู้ผ่านโครงการฝึกอบรมเครือข่ายวัฒนธรรมเพื่อสิทธิเสรีภาพ ประจำปี 2547 ของสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 31 ตุลาคม 2547 . ได้รับเกียรติบัตร จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการยกย่องเป็นภูมิปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาขาด้านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี เชี่ยวชาญเรื่อง การตีกลองยาวประกอบท่ารำ วันที่ 12 เมษายน 2553 7. เข้าร่วมการแข่งขันกลองยาวพื้นบ้าน จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพ ประจำปี 2554

 

ความสัมพันธ์กับชุมชน

 

 

ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป ได้อุทิศเวลาถ่ายทอดความรู้ทางกลองยาวให้กับเด็กและเยาวชนในชุมน และ เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดทำเลไทยโปรดสัตว์ เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ ใช้เวลาว่างไห้เกิดประโยชน์  และร่วมสืบทอดภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนต่อไป ปัจจุบันนายโหย เมฆพันธ์ (โย๋) รวบรวมผู้มีความรักชอบด้านกลองยาวใน ชุมชน และชุมชนใกล้เคียงมีวงกลองยาว และถ่ายทอดความรู้ด้านกลองยาวให้กับ ลูกหลานในชุมชน ปลูกฝังให้เห็นคุณค่าทางด้านดนตรี ได้ฝึกสมาธิ ปลูกฝังความเป็น ระเบียบวินัย และความสามัคคี ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน เด็ก เยาวชนในหมู่บ้าน ในการรับงานแสดง ต่าง ๆ ในตำบลขนอนหลวง อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และต่างจังหวัด ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นสามารถพึ่งพาตนเองได้ และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

 

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

 

 

1. ไม้จริงใช้ทำตัวกลอง เช่น ไม้ขนุน ไม้ก้ามปู ไม้มะม่วงฯลฯ ตอนหน้าใหญ่ตอนท้าย ลักษณะเรียวแล้วบานตอนปลาย เป็น รูปดอกลำโพง มีหลายขนาด

2. ข้าวสุก ใช้ติดตรงกลางของหน้ากลอง โดยบดผสมขี้เถ้าเพื่อถ่วงเสียง (ปัจจุบันใช้ขนม โก๋มาบดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำทำให้เหนียวปั้นเป็นก้อนติดหน้ากลองแทนก็ได้)

3. ผ้าสีต่าง ๆ แล้วแต่จะเลือกสี นำมาตัดใช้หุ้มตกแต่งกลองให้สวยงาม หรือเรียกว่ากระโปร่งกลอง 

4. หนังสัตว์ ใช้ทำหนังกลอง เช่น หนังวัว หนังแพะ

5. สายสะพาย ใช้ผูกกลองไว้คล้องสะพายบ่า

 

 

ก่อนเล่นมีการบูชาไหว้ครูโดยจุดธูปเทียนดอกไม้ สุรา และเงิน 12 บาท การเล่น ใช้คนเล่นทั้งหมด 18 คน (หรือมากกว่านั้นก็ได้) 

1. คนตีกลอง 9 คน 

2. คนรำ 6 คน (หรือแล้วแต่จำนวนคน)

3. คนตีฆ้อง , โหม่ง , ฉาบ 3 คน (หรือมากกว่าก็ได้แล้วแต่อุปกรณ์)

4. นั่งล้อมวงติดถ่วงเทียบเสียงกลอง (ถ่วงด้วยขนมโก๋ หรือข้าวสุก ตำกับขี้เถ้าให้ละเอียดหรือเหนียว) เริ่มเล่นโหม่งตีจังหวะให้สัญญาณขึ้นเพลง เพลงที่จะเล่นมีประมาณ 5 เพลง  1. เพลงม้าย่อง  2. เพลงหรั่งย่ำเท้า  3. เพลงแขก  4. เพลงเซิ้งกระติ๊บ 

5. เพลงเซิ๊งสวิง  ในระหว่างขึ้นเพลง นักรำจะทำการร่ายรำไปตามเพลงแต่ละชนิดเวลาจบหัวหน้าที่อยู่ในหมู่กลองเร่งเตือนว่าจะลงกลองเพื่อจบหรือหยุดเล่น

 

วงกลองยาว

ที่อยู่    23/1 ม.1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

เบอร์โทรศัพท์   035-728041 , 085-8108482

ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ   นายโหย เมฆพันธ์

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์

จากถนนสายเอเชีย (ทางหมายเลข 32) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอบางปะอินตรงไป ถึงสี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวา (บางปะอินสายใน) ผ่านสถานีรถไฟบางปะอินตรงไป  ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงวัดทำเลไทยเลยไปประมาณ 500 เมตร เข้าซอยร้าน ลุงโหย๋ วัสดุก่อสร้าง

ให้คะแนน
แสดงความคิดเห็น
ผู้โพสต์
อีเมล
รายละเอียด
ผลิตภัณฑ์ตำบลอื่นๆ ใกล้เคียง
ณัฐณิชา ปลอกหมอนดีไซด์ หมวด : ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก   ประวัติความเป็นมา นายภัคพล สาธุธ...
3
15715
กลุ่มทอผ้าบ้านบึงกระสังข์ หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย   ประวัติความเป็นมา   บ้านบึงกระส...
2
28944
กลุ่มเย็บปักถักร้อย หมวด : ผ้า เครื่องแต่งกาย   ประวัติความเป็นมา     การ...
3
32260
น้ำปลาบ้านโคกห้วย หมวด : อาหาร   ประวัติความเป็นมา     ตั้งแต่อดีต มาจนถึ...
2
31419