ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ภาพกิจกรรมจาก facebook
จำนวนภาพกิจกรรมจาก facebook ทั้งหมด 3,127 รายการ
อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตรวจเยี่ยมสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน วันนี้ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการผู้ประกอบการภาคประชาชน ที่ห้องประชุมนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพื่อรับรู้การดำเนินการและแนวทางปฏิบัติของสถานประกอบการพร้อมทั้งร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนางสาวฐานันดร์ พิทักษ์วงศ์ รองผู้ว่าการ (สายงานปฏิบัติการ 1) กล่าวรายงานข้อมูลของนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า(ไฮเทค) และนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ให้ข้อคิดกับทางนิคมอุตสาหกรรมฯ เรื่องการสำรองน้ำต้นทุนให้เพียงพอใช้ในภาคอุตสาหกรรมในช่วงฤดูแล้ง และการควบคุมป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมในอนาคต ข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/prd.ayutthaya1
13 ธันวาคม 2562
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ . วันที่ 17 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น. นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้องบึงพระราม ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสมชาติ สุภารี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 15 พระนครศรีอยุธยา ทำหน้าที่เลขานุการในการประชุม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาร่างปฏิทินขั้นตอนการดำเนินโครงการฯ หลักสูตรการฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพ แบบสอบถามนักเรียน รวมทั้งมอบหมายภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด . ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการบูรณาการความร่วมมือเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับของทุกจังหวัดในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน รวมทั้งประสานความร่วมมือในการพัฒนานักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับที่ครอบครัวมีฐานะยากจนและขาดโอกาสในการศึกษาต่อของทุกจังหวัดในประเทศไทยให้มีทักษะด้านอาชีพในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ “แรงงานมีฝีมือ” เพื่อหารายได้ช่วยครอบครัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป . เผยแพร่ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ : https://pr.prd.go.th/ayutthaya/
17 ตุลาคม 2562
พ่อเมืองกรุงเก่าพร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมลงพื้นที่พบชาวบ้านเพนียดคล้องช้าง หลังรับร้องเรียนอุทยานประวัติศาสตร์จะแจ้งบุกรุก พร้อมรับติดตามเรื่องต่อ ที่สุดชาวบ้านยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ชื่นชมเป็นตัวอย่างยามเฝ้าโบราณสถาน . วันนี้ (17 ต.ค.2562) นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางสยุมพร กุลสุข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ ได้เดินทางไปพบกับกลุ่มชาวบ้านเพนียด ที่ปักหลักชุมนุมกันที่หน้าทางเข้าเพนียด หมู่ 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียกร้องทวงคืนหัวเสาตะลุง มาเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว ซึ่งล่าสุดอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้มีหนังสือให้รื้อถอนกระท่อมที่อยู่ด้านหน้า และชี้แจงข้อกฎหมายความผิดบุกรุกโบราณสถาน ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจและเตรียมหารือในการยกระดับการเรียกร้องทวงคืน นายภานุ ได้พบกับกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวน 50 คน โดยมีนายลายทองเหรียญมีพันธ์ ประธานชมรมพระคชบาล นายสมบัติ สนธินาค ประธานเครือข่ายภาคประชาชน นายนพพร ขันธนิกร ผญบ.หมู่ 3 ต.สวนพริก นายเสรี ขันธนิกร อดีตผญบ.ม.3 ต.สวนพริก ให้คำแนะนำถึงปัญหาที่เกิดขึ้น . นายภานุ เปิดเผยหลังจากที่รับทราบปัญหาจากชาวบ้าน และได้เดินเข้าไปดูบริเวณตัวเพนียดคล้องช้างที่ด้านในเป็นเสาตะลุงที่มีหัวและข้างนอกปีกกาไม่มีหัว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯกล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของทั้งอุทยานประวัติศาสตร์ และชาวบ้าน ต่างมีหน้าที่และความรู้สึก โดยกรมศิลปากรก็มีหลักฐานเรื่องภาพเก่า และต้องปฏิบัติตามรูปแบบและหลักฐานที่ได้มา ส่วนชาวบ้านหากมีเหตุผลมากกว่า หรือใหม่กว่า ก็สามารถยืนยันหักล้างกันได้ ซึ่งตนรับที่จะติดตามถามความคืบการดำเนินการเกี่ยวกับเสาตะลุงนี้ ตามกรอบของการดำเนินการ โดยให้ชาวบ้านรวมรวมข้อมูลให้กับตน หรือผ่านศูนย์ดำรงธรรมได้ นอกจากนี้ก็จะเชิญอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มาหารือแนวทางปฏิบัติตามนโยบายในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ร่วมกัน . ต่อมาหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางกลับ ชาวบ้านได้ช่วยกันรื้อถอนกระท่อม และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆออกทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย และจะติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวน และการดำเนินการต่อไป . ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya
17 ตุลาคม 2562
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมออกกำลังกายในกิจกรรมสภากาแฟ หวังให้เป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ พร้อมขอชาวอยุธยาร่วมพัฒนาเกาะเมืองเตรียมจัดงานมรดกโลก วันนี้ (16 ตุลาคม 2562) ที่ ห้องประชุมอู่ทอง ชั้น 5 โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมสภากาแฟ ประจำเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อพบปะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การร่วมรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน จิบชา กาแฟ เครื่องดื่มร้อน-เย็น ในบรรยากาศสบายๆ แบบเป็นกันเอง มีบริการตรวจสุขภาพ วัดความดัน เจาะเลือด เพื่อตรวจหาน้ำตาลและไขมันในเลือด และกิจกรรมออกกำลังกายส่งเสริมสุขภาพ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกเทศมนตรีพระนครศรีอยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง หน่วยงานองค์กรอิสระ และภาคเอกชน ที่ร่วมในกิจกรรมสภากาแฟ ร่วมออกกำลังกายในครั้งนี้ด้วย โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้กล่าวว่า อยากให้สภากาแฟเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี อยากได้ความสัมพันธ์ และได้กล่าวฝากใน 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.เรื่องความสะอาดพื้นที่จัดงานมรดกโลกในวันที่ 6–15 ธันวาคม 3 จุด คือ ไข่แดงบริเวณที่จัดงาน และไข่ขาวคือบริเวณรอบเกาะเมืองทั้งหมด รอบนอกของไข่ขาวคือพื้นที่ที่จะเข้ามาสู่ตัวเมือง ที่ได้บูรณาการอยู่ 2 วาระด้วยกัน วาระแรกคือวาระที่งานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ต้องการให้ทุกส่วนทำกิจกรรมจิตอาสา อย่างที่สองในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านจะมีแขกมาเยี่ยมบ้านในเดือนธันวาคม ให้ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ซึ่งตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งประเด็นว่างานจิตอาสาทุกเรื่องของหน่วยใดก็ตามที่ริเริ่มทำจิตอาสาเพื่อที่จะมีกิจกรรมไปรายงานผู้บังคับบัญชาหรือเป็นเรื่องของความสมัครใจ ขอให้โฟกัสไปที่เกาะเมืองบริเวณจัดงาน 2.บริเวณหน้าสำนักงานของทุกหน่วยให้ไปดูว่าอะไรที่ไม่เรียบร้อย ต้นไม้ สวนหย่อม ภูมิทัศน์ ป้าย ตัวหนังสือที่หลุดร่อน ธงชาติ ธงประดับ ให้แต่งเนื้อแต่งตัวบ้านเพื่อเตรียมรับแขก และ 3.หน่วยที่เป็นเจ้าภาพพยายามให้มี Point สัก 1 เรื่อง งานไหนที่เป็นนโยบายของกรม ของกระทรวง หรือของรัฐบาลที่ให้กระทรวงมารับผิดชอบแล้วต้องการบูรณาการการปฏิบัติ ก็ให้ส่วนราชการทั้งหลายนำมาปฏิบัติ ประชุมกัน หารือกัน โดยเจ้าภาพเดือนหน้าให้ยกประเด็นมาเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่หน่วยอยากจะขับเคลื่อนแล้วต้องการขอแรงจากเพื่อนๆ ส่วนราชการที่จะทำงานด้วยกัน ทั้งนี้ เจ้าภาพเดือนหน้าเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้กำหนดจัดที่โรงไฟฟ้า กัลฟ์ เจพี ยูที จำกัด (โรงไฟฟ้าอุทัย) ใกล้โรงงานยาสูบ ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya
16 ตุลาคม 2562
วันที่ 15 ตุลาคม 2562 นางนวลจันทร์ แย้มศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่พร้อมด้วยกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอำเภอบางบาล นายกกิ่งกาชาดอำเภอบางบาล นายอำเภอวังน้อย หัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา อาสาสมัคร ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัว ผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอบางบาล จำนวน 4 หลัง เสียหายทั้งหลัง 3 หลัง มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือหลังละ 10,000 บาท เสียหายบางส่วน 1 หลัง มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท และเยี่ยมผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอวังน้อย จำนวน 1 หลัง มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ช้อมูลจาก : https://www.facebook.com/profile.php?id=100013726865870
15 ตุลาคม 2562
รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชี้แจงโครงการประกันรายได้กับชาวนา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนี้ 15 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวงเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวปี 2562/63 พร้อมเปิดตัวการจ่ายเงินประกันรายได้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของรายละเอียดรวมถึงหลักเกณฑ์ต่างๆที่เกษตรกรชาวนาพึงจะได้รับเมื่อเข้าร่วมกับโครงการดังกล่าวโดยมีนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 โดยรัฐบาลจะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน โดยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีมติเห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 ในงวดที่ 1ซึ่งราคาเกณฑ์อ้างอิงข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 16,723.09 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ อยู่ที่ตันละ 15,651.05 บาท ข้าวเปลือกเจ้า อยู่ที่ตันละ 7,530.36 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี อยู่ที่ตันละ 10,216.55 บาท และข้าวเปลือกเหนียว อยู่ที่ตันละ 18,926.86 บาท ส่งผลให้รัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างในข้าวเปลือก 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,469.64 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 783.45 บาท ทั้งนี้ การจ่ายเงินชดเชยงวดแรก ธ.ก.ส. จะโอนเงินชดเชยเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเกษตรกรจะสามารถเบิกถอนเงินได้ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ซึ่งในงวดแรกมีเกษตรกรได้รับเงินชดเชยจากข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี จำนวนประมาณ 349,000 ครัวเรือน วงเงินชดเชยประมาณ 9,400 ล้านบาท ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya
15 ตุลาคม 2562
รองนายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาชี้แจงโครงการประกันรายได้กับชาวนา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งว่า ในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำหนดลงพื้นที่เพื่อพบปะเกษตรกรและชี้แจงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562/63 รอบที่ 1 รวมทั้งเป็นประธานงานกิจกรรมเปิดตัวการจ่ายเงินประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ” ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยช่อง MCOT ถ่ายทอดสด การลงพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเวลา 13.50–15.00 น. ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya
15 ตุลาคม 2562
ประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำบุญออกพรรษา ร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ เช้าวันนี้ (14 ตุลาคม 2562) ที่วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพมงคลโสภณ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะเนื่องในเทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2562 โดยมีพี่น้องประชาชนแต่งกายผ้าไทยร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน ตามประเพณีออกพรรษา ทั้งนี้ การตักบาตรเทโว มาจากคำเต็มว่า “ตักบาตรเทโวโรหณะ” เป็นการตักบาตร เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เมื่อครั้งออกพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ดังนั้น พุทธศาสนิกชน จึงถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังวันออกพรรษา เป็นวันที่ได้ร่วมกันตักบาตรเทโว เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า และยึดถือเป็นประเพณีสำคัญสืบต่อกันมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya
14 ตุลาคม 2562
พสกนิกรชาวพระนครศรีอยุธยา ร่วมจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ค่ำวันนี้ (13 ต.ค. 62) เวลา 19.30น. ที่ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นำข้าราชการพลเรือน ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาด พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมถวายบังคมและจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562 นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญาคิดค้นโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการอันเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ณ ทุ่งมะขามหย่อง เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรที่ถูกน้ำท่วม และเพื่อเป็นการเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งอีกทางหนึ่งด้วย และนำน้ำที่ได้เก็บกักไว้ในสระให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ตามแนวพระราชดำริด้านการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง โดยส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรใน 4 โครงการ คือ 1.โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวนาปรัง 2.โครงการปลูกพืชอายุสั้นและไม้ผล 3.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลา และ 4.โครงการเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน จากนั้น ได้จุดเทียนส่งต่อให้กับหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน พร้อมกับยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ร่วมรับชมสารคดีประกอบเพลง รำลึก ร.9 และ จากสวรรค์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทย ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ : http://pr.prd.go.th/ayutthaya
13 ตุลาคม 2562
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำจิตอาสาพัฒนาคลองมะขามเรียงเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9 วันนี้ (13 ตุลาคม 2562) เวลา 10.30 น.นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 โดยได้นำส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทานและประชาชน ร่วมกันพัฒนาลำน้ำ คูคลอง ณ ถนนคลองในไก่หรือคลองมะขามเรียง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ด้วยการร่วมกันเก็บขยะ ขนขยะ ตัดแต่งใบไม้ กิ่งไม้ ทำความสะอาด ตัดหญ้า บริเวณถนนโดยรอบและสองฝั่งคลองมะขามเรียง ทั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ : http://pr.prd.go.th/ayutthaya
13 ตุลาคม 2562
พสกนิกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมใจตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 วันนี้ (13 ต.ค.62) ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายวีระชัย นาคมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ คณะครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม โดยทุกคนต่างพร้อมใจกันนำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ตลอดจนเครื่องจตุปัจจัยต่าง ๆ เดินทางมารอตักบาตร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย จากนั้นในเวลา 09.00 น. ทุกคนได้พร้อมใจกันประกอบพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน ที่ทรงทุ่มเทพระราชฤทัยและพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการเพื่อพสกนิกรชาวไทย ทั้งยังทรงเป็นต้นแบบในการคิด สร้างสรรค์ ทำนุบำรุง อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาประเทศชาติ ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริ พระราชดำรัสอย่างมากมายเพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมนำไปประพฤติปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ : http://pr.prd.go.th/ayutthaya
13 ตุลาคม 2562
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ลดรับลดไห้ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟม วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 นายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเดินรณรงค์ ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ลดรับลดไห้ ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมที่ตลาดโกงโค้งบ้านแสงโสม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยกันลดละเลิกการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟม สละความสะดวกสบายในการจับจ่ายแล้วหันมาใช้ถุงผ้าหรือวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคตของคนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป ทั้งนี้ตลาดสด ตลาดชุมชนถือเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่และเป็นแหล่งที่มาหลักของขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้ง เดียวทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติกหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องโฟม เป็นต้นโดยเฉพาะขยะถุงพลาสติกหูหิ้วพบว่ามีที่มาจากตลาดสดมากกว่าปีละ 18,000 ล้านใบ จึงถึงเวลาที่คนไทยต้องมาช่วยกันแก้ปัญหานี้ร่วมกัน และที่ผ่านมา กระทรวงฯได้ขับเคลื่อนการลดละและเลิกใช้พลาสติกที่เกินความจำเป็นรวมทั้งที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายใต้โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสดทั่วประเทศ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไปห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 43 แห่งทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วกับลูกค้า ด้าน นายรัชฏา สุริยกุล ณ อยุธยาอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมกล่าวว่ากิจกรรม ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับลดให้ลดใช้ถุงพลาสติก ภายใต้โครงการทำความดีด้วยหัวใจลดภัยสิ่งแวดล้อม ในการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดทั่วประเทศได้รณรงค์ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน โดยตลาดโก้งโค้งบ้านแสงโสมแห่งนี้ เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เป็นตลาดที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นแบบย้อนยุคในสมัยกรุงศรีอยุธยาพ่อค้าแม่ค้าแต่งกายชุดไทยโบราณนั่งขายสินค้ากับพื้นหรือนั่งแคร่ ให้คนซื้อต้องโก้งโค้งเพื่อเลือกซื้อสินค้า จึงเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากปัจจุบันร้านค้ากว่า 100 ร้านค้าโดยตลาดมีนโยบายไม่ใช้กล่องโฟมตั้งแต่ต้นและต่อมาเกิดกระแสการใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ เจ้าของตลาดจึงได้มีการแนะนำให้ร้านค้านำวัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้ภาชนะพลาสติกร้านไหนมีความพร้อมก็นำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ กลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งนี้ ปัจจุบัน หลายร้านก็ได้เริ่มลดการใช้ถุงพลาสติกโดยหันไปใช้ใบตอง ถุงกระดาษ หรือภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เว็บไซต์ : http://pr.prd.go.th/ayutthaya
12 ตุลาคม 2562
ไปที่หน้า