วันที่ 5 มีนาคม เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมบึงพระราม อาคาร 1 ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระน ครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เกิดเหตุอุทกภัยปี 2569 จำนวน 15 อำเภอ 187 ตำบล 1,116 หมู่บ้าน 66ชุมชน และในพื้นที่อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอบางไทร มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเงินทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว และจังหวัดได้ขอรับความช่วยเหลือไปยังกลงทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสารณภัย สำนักนายกรัฐนายตรี เพื่อช่วยเหลือให้กับทายาทผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีบัญชาว่านอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือดามระเบียบ เกี่ยวข้องแล้ว ขอให้ส่งเรื่องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีอีกช่องทางหนึ่ง นั้นบัดนี้ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือตามกรณีดังกล่าวข้างต้นแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 610,000 บาท แบ่งออกเป็น ค่าจัดการศพ จำนวน 7 ราย เป็นเงิน 350,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย เป็นเงิน 210,000 บาท และเงินทุนเลี้ยงชีพ กรณีผู้เสียชีวิตมีบุตอายุไม่เกิน 25 ปี บริบูรณ์ จำนวน 1 ครอบครัว เป็นเงิน 50,000 บาท นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าในทุกๆ ปี ได้เกิดสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นกรณีอุทกภัย ตลิ่งทรุดและอัคคีภัย หรือภัยอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น สร้างความสูญเสียให้กับประชาชนทั้งด้านชีวิต และด้านทรัพย์สิน โดยราชการได้ให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจ่ายค่าชดเขยให้กับประชาชนตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ก็ยังไม่เพียงพอในการที่จะทำให้ครอบครัวของผู้ประสบภัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเดิม หรือใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามากกว่าจำนวนสิ่งของหรือเงินที่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้กับครอบครัวผู้ประสบสาธารณภัยได้ ถึงแม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ก็เป็นกำลังใจอีกส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปเติมเต็มร่วมกับการช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ ให้กับครอบครัวผู้ประสบสาธารณภัย ได้มีกำลังใจและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติเร็วมากขึ้น