ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ข่าวประชาสัมพันธ์
จำนวนข่าวประชาสัมพันธ์ ทั้งหมด 6,259 รายการ
🗓 10 พฤศจิกายน 2568 ⏰ เวลา 12.00 น. 📍สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 💦 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลบ.ม./วินาที 📍สถานี Ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี 💦มีปริมาณน่ำไหลผ่าน 174 ลบ.ม./วินาที 🚨ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” ‼️⚠️ เขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยปรับเพิ่มการระบาย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 02.00 น. ของวันพรุ่งนี้(11 พ.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ⚠️ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกคั้นกันน้ำบริเวณ 📍 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คลองบางบาล , ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ,ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา, ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล, ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน และตำบลประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา ⚠️‼️เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และยกของขึ้นที่สูง หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล รวมทั้งสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิลงสู่ออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำให้เร็วที่สุด
10 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 7 พฤศจิกายน กลุ่มชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมหลายอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมตัวกันกว่า 300 คน ปิดถนนสาย อยุธยา – เสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมานานกว่า 3 เดือน และ ในปัจจุบัน กรมชลประทาน ระบายน้ำที่ 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและส่งผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ มีบ้านเรือนกว่า 30000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ โดยบางครอบครัวต้องย้าย ออกมานอนที่ริมถนน ตัวแทนชาวบ้านเรียกร้องให้กรมชลประทาน ไม่ระบายน้ำเพิ่ม ในพื้นที่ ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่มขอให้กรมชบประทาน บริหารจัดการในพื้นที่ให้ลดระดับโดยเร็ว ทั้งนี้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 10 อำเภอ 132 ตำบล 902 หมู่บ้าน 56,738 ครัวเรือน เสียชีวิต 14 ราย อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอผักไห่ และอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ตี บุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาเพื่อพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม โดยชุมนุมอยู่บริเวณแยกถนนสายเสนา ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหกอำเภอเดินทางมาอำนวยความสะดวกการจราจรและความปลอดภัยจำนวน 75 นาย มาคอยอำนวยความสะดวก โดยเบื้องต้นจะมีรัฐมนตรี หรือตัวแทนรัฐมนตรีลงพื้นที่รับเรื่องจากลุ่มผู้ชุมนุม ต่อมานายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ลงพื้นที่มา พบกับ กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วม ที่รวมตัวบริเวณสี่แยก เสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมประสานงานกรมชลประทาน ในการกระจายมวลน้ำในพื้นที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงจะนำเรื่องเดือดร้อนของชาวบ้าน หารือ แนวทางแก้ไขปัญหาและหาแนวทางเยียวยาชาวบ้านเพิ่มเติม จากนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พร้อมกลุ่มชาวบ้านที่มารวมตัวกัน เดินทางไปยังประตูคลองขนมจีน ตำบล บางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 50 เซนติเมตร ทำให้ประชาชนพอใจแยกย้ายกลับบ้านแล้ว และเปิดการจราจรสี่แยกไฟแดง เสนา - ปทุม ตามปกติ
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 7 พฤศจิกายน ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 3 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวันผังเมืองโลก พ.ศ. 2568 (World Town Planning Day) โดยมีนายวินัย ภูมิพิทักษ์กุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวรายวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะอาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วมโครงการ กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการจัดสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวันผังเมืองโลกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ ในส่วนภูมิภาค โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกจังหวัด ได้จัดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ เพื่อเป็นเวทีการขับเคลื่อนงานด้านการผังเมืองและเปิดมุมมองใหม่ๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาเมืองไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต โดยการเผยแพร่ ความรู้ความเข้าใจ ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับแนวคิดนวัตกรรมใหม่ๆ และแนวทางการนำผังเมืองไปสู่การปฏิบัติ อีกทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ มีจิตสำนึก รับผิดชอบ มีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสม และเป็นกลไกขับเคลื่อนให้การพัฒนาด้านการผังเมืองของประเทศไทยบรรลุผลสำเร็จ สำหรับการจัดงานในวันนี้กำหนดจัดขึ้นในหัวข้อ City in Nature for Climate change ธรรมชาติในเมือง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องด้วยในปัจจุบันเมืองต่างๆ เผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น อันมีผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วม ฝุ่นควัน ความร้อนจัด พายุและดินถล่ม ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของชนบทอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของเมืองในยุคปัจจุบันที่มีประชากรหนาแน่นและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความซับซ้อน หากไม่มีการวางแผนและการรับมืออย่างเหมาะสมภัยเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายทั้งต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและความมั่งคงของเมืองในอนาคตได้
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. ที่ ค่ายโพธิ์สามต้น ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลถวาย เนื่องในวันชนะศึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมี นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา ปลัดจังหวัดพระนครศณีอยุธยา นายอำเภอ ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ตลอดจนพี่น้องประชาชน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ วันชนะศึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกอบกู้อิสรภาพของกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ ที่ค่ายโพธิ์สามต้น แห่งนี้ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. หลังจากต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า เป็นเวลานานถึง 7 เดือน เมื่อครั้งดำรงยศเจ้าพระยาวชิรปราการ รวมแล้วเป็นระยะเวลาผ่านมาทั้งสิ้น 258 ปี จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นวันที่ 6 พฤศจิกายน ของทุกปี จึงเป็นวันที่ชาวไทย โดยเฉพาะชาวพระนครศรีอยุธยาจะได้ร่วมใจกันน้อมรำลึกถึงดวงพระวิญญาณแห่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บูรพกษัตราธิราชเจ้า ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยและทรงสถาปนาความเข้มแข็ง มั่นคง แก่ประเทศไทยมาในอดีตกาล อันนำมาซึ่งความสุขและเกียรติภูมิจนถึงทุกวันนี้
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 -- นายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้ตรวจราชการ ยธ. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดําเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมี นายอํานาจ เหล่ากอที ผู้อํานวยการสํานักงานป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ภาค 1 และคณะทํางานจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง อาทิ สํานักงานยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลํานักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ ๑ สํานักงานคุมประพฤติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือนจํากลางอยุธยา ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สํานักงาน ป.ป.ส.) ร่วมสนับสนุนและบูรณาการ การดําเนินงานในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้เกิด ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด อย่างยั้งยืน การลงพื้นที่เริ่มต้นที่ บ้านสกัดน้ามันใต้ ตําบลปากจั่น อําเภอนครหลวง โดยมีนายเดชาธร เชาว์เลขา ปลัดจังหวัด และนายอําเภอนครหลวง ให้การต้อนรับ ภายในงานมีการแสดงพื้นบ้าน กระตั้วแทงเสือ จากเยาวชนในชุมชน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและส่งเสริมกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เยาวชน ห่างไกลยาเสพติด จากนัน นายสุเทพ บุญแจ้ง ประธานเครือข่ายกองทุนแม่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และประธานเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดิน ภาค 1 ได้บรรยายสรุป ความเป็นมาและผลการดําเนินงานด้านการบําบัด ป้องกัน และ บริหารจัดการยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนนจาก สํานักงาน ป.ป.ส. มาอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับทุนประกอบอาชีพจากกองทุนแม่ของแผ่นดิน ร่วมบอกเล่าประสบการณ์จริง ในการสร้างอาชีพสุจริต นายศุภชัย ใจสมุทร ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการทํางานร่วมกันระหว่าง สํานักงาน ป.ป.ส. หน่วยงานท้องถิ่น และเครื่อข่ายภาคประชาชน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบแนวทางในการพัฒนางานให้ยั่งยืนและตรงกับบริบทของพื้นที่ ตลอดจน มอบถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับทุนประกอบอาชีพ เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจ
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 6 พฤศจิกายน นายวรวิทย์ จันทร์ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธิยา เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน อยุธยา มาราธอน 2025 (Ayutthaya Marathon 2025) โดยมีนายเรียง ทองบาท มีพันธุ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มร.อาร์กัล อัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดอะ อารวีไอ กรุ๊ป (The RVI GROUP) ผู้แทน ผอ.ททท.พระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าว การจัดงาน อยุธยา มาราธอน 2025 (Ayutthaya Marathon 2025) โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้คอนเซปต์ อยุธยา เมืองมรดกโลก Ayutthaya World Heritage โดยทางอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาได้รับคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็นมรดก โลn และเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ไทยจีน 50 ปี ได้จัดทํามาสคอตเป็นรูปข้าง และ แพนด้า เพื่อเป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพของการแข่งขันวิงมาราธอนในครั้งนี่ด้วย และทางผู้จัดงานยังคาดการณ์ว่าจะมีนักวิงเข้าร่วมแข่งขันเป็นจํานวนกว่า 5,000 คน นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมต้อนรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยมีการอํานวยความสะดวกด้านการจราจร รวมถึงการบริการต่างๆ ให้กับนักวิ่งและผู้ติดตาม ซึ่งจะทําให้ภายในจังหวัดมีการสว้างรายได้ทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะถือว่าเป็นการทระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดจนถึงฐานราก และใน ปีต่อๆ ไปจะค่อยๆ ยกระดับการจัดการแข่งขันให้มีมาตรฐานในระดับสูงขึ้นไปในอนาคตด้วย ด้านนายเรียงทองบาท มีพันุ์ นายกสมาคมธุรกิจท่ฉงเที่ยวจังหวัดพระนครศรือยุอยา ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่ฉงเที่ยวจังหวัดพระนครศรือยุอยา ต้องการให้จังหวัดอยุธยาเป็น Sport Tourism ที่มาท่องเที่ยวในอยุธยาแล้วได้การออกกำลังกายไปในคราวเดียวกัน และเพื่อเป็นการต่อดจากนโยบายของจังหวัดฯ ทางสมาคมฯ มีแนวคิดที่จะปลุกกระแสการวิ่งมาราธอนในจังหวัดอยุธยาให้กลับมาอีกครั้ง โดยการแข่งขันวิ่งมาราธอนจะเป็นอีกหนึ่งงานที่มีศักยภาพ ในการดึงดูดนักวิ่งและผู้ติดตามจำนวนมากให้เข้ามาร่วมกิจกิจกรรม รวมถึงการพักค้างแรมและจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ และเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัด โดยรายได้ส่วนงานทางสมาคมจะมอบให้กับกาชาดจังหวัดพระนครศรีธยุธยาต่อไป นายอาร์กัส อัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดอะ อาร์วํโอ กรุ๊ป กล่าวว่า RVI GROUP มีการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆในเมืองที่มีมรกดโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สนับสนุน งานในอยุธยามาราธอน เป็นปีที่ 2 มร.เคนริค ลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจหนังสือพิมพ์ China Dally กล่าวว่า ข่าวการจัดการแข่งขันวิ่ง อยุธยามามาธอน จะถูกนำเสนอไปทั่ว เอเชีย แปซิฟิค โดยทาง หนังสือพิมพ์ CHINA DAILY อีกด้วย สำหรับการแข่งขัน อธุธยา มาราธอน 2025 (Ayuthaya Marathon 2025) จะจัดการแข่งชันในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้คอนเซปต์ อยุธยาเมืองมรดกโลก Ayutthaya World Heritage ผู้วิ่งจะวิ่งผ่านโบราณสถานต่างๆเช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ วัดราชบุรณะ วิหารมงดลบพิตร ฯลฯ ซึ่งมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (หลังเก่า) โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะมาราธอน 42.195 กม.ระยะฮาร์ฟมาราธอน 21.1 กม. .ระยะมินิมาราธอน 10 กม. และ ระยะ Fun Run 5 กม. (ไม่มีการแข่งขัน) พิเศษสำหรับนักวิ่งที่เข้าเส้นชัย 50 ท่านแรก ชายและหญิง ทุกระยะ ยกเว้น ระยะ Fun Run จะได้รับ กระบอกน้ำเก็บความเย็นลาย มาสคอต Ayuthaya Marathon
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ (เดิม) ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “เปรียงประทีปศรัทธา ลอยกระทงอยุธยา ประจำปีพุทธศักราช 2568” โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน เผยแพร่ประเพณีลอยกระทง และพิธีจองเปรียง และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ- ขบวนแห่จองเปรียงเชิงพิธีกรรมโบราณ และการเดินเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กิจกรรมการ “เขียนคำอธิษฐานแห่งแสง” การแสดงโขน และเพลงพื้นบ้านและดนตรีไทยเทิดพระเกียรติ การแสดงดนตรีไทย โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้รับหนังสือจากสำนักพระราชวัง ที่ พว. 0202.2/2154 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โอนคืนพื้นที่ ทรัพย์สิน และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โอนคืนพื้นที่ ทรัพย์สิน และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่ ส.ป.ก. และ ส.ป.ก. ได้มอบภารกิจหน้าที่ดังกล่าวให้กับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศพส.) สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินการฝึกอบรมงานศิลปหัตถกรรมให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศให้มีความรู้ ทักษะ สร้างเสริมประสบการณ์ในการทำงานหัตถกรรม เพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้เสริมแก่เกษตร อีกทั้งยังเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมของชาติให้คงอยู่ และพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 18.20 น.นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา นางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ร่วมกิจกรรม ลอยกระทงกรุงเก่า ถวายอาลัย พระแม่แห่งแผ่นดิน โดยรองผู้ว่าฯ นำคณะผู้บริหารเทศบาลฯ ผู้ร่วมเดินมายังพระตำหนักสิริยาลัย ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นร่วมประกอบพิธีถวายกระทง จำนวน 4 ใบ หน้าพระตำหนักสิริลัย และนำผู้เข้าร่วมงาน กราบถวายความอาลัย และลงนามถวายความอาลัย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา นำลอยกระทง พร้อมปล่อยกระทงสายไหลประทีปจำนวน 19,993 ดวง ส่องสว่างกลางลำน้ำ พร้อมจัดการแสดงพลุถวายความอาลัย และการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ถวายแด่พระบรมราชชนีพระพันปีหลวง พระตำหนักสิริยาลัย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยตั้งอยู่บริเวณอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยตั้งอยู่ตรงข้ามวัดไชยวัฒนารามโดยพระตำหนักหลังนี้สร้างจากทรัพย์สินส่วนพระองค์โดยสร้างเนื่องในอากาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบในปีพุทธศักราช 2535
8 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายประพันธ์ ตรีบุปผา นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหาร ททท. ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568 นำเสนอความงดงามของขบวนแห่ประเพณีลอยกระทงและนางนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตอาหาร หัตถกรรม ศิลปะงาน Craft และกิจกรรม DIY สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทย การจำหน่ายหัตถกรรมพื้นเมือง และอาหารท้องถิ่นรสเลิศในบรรยากาศย้อนยุคที่อบอุ่น ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งาน “Maha Loi Krathong @Ayutthaya” เป็นงานที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการดึงจุดเด่นของประเทศไทยและยกระดับเทศกาลงานประเพณีของไทยให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ โดยใช้แนวทางการจัดงานที่มีมาตรฐานสากล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ รวมถึงได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับห้วงเวลาของการถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความอาลัยถวาย และรับชมพระราชกรณียกิจที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่ปวงชนชาวไทย บรรยากาศของงานเทศกาลลอยกระทงในครั้งนี้จึงสง่างาม สมพระเกียรติ และเป็นการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างดียิ่ง ซึ่งจะสร้างคุณค่าและมูลค่าในด้านการท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน งาน Maha Loy Krathong @ Ayutthaya นำเสนอความงดงามและมนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทงอันเป็นประเพณีที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาอย่างยาวนานในเมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ท่ามกลางความงดงามของโบราณสถาน ภายใต้แนวคิดแบบย้อนยุคผสมผสานวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความรุ่งเรืองภูมิปัญญาไทย โดยมีไฮไลต์กิจกรรมร่วมจุดประทีปน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขบวนแห่นางนพมาศและพิธีจองเปรียงย้อนสมัยอยุธยาเรืองรอง นำโดย นางสาวโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จ๊ะจ๋า พริมรตา และบิ๊ก ศรุต การแสดงดอกไม้ไฟโบราณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ อาทิ โขน, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, หุ่นละครเล็ก, หนังใหญ่ และเพลงพื้นบ้าน การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ กัน นภัทร เก่ง ธชย โก้ มิสเตอร์ แซกแมนและมี่เดอะสตาร์ ไรอัล กาจบัณฑิต VIETRIO ไข่มุก รุ่งรัตน์ ฟีโน่ เดอะระนาด และสุนทราภรณ์ การจัดซุ้มถ่ายภาพ AI ชุดไทย รวมถึงจำลองการลอยโคม พร้อมสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีไทยผ่านกิจกรรมสาธิตศิลปะภูมิปัญญาและกิจกรรม D.I.Y. หลากหลาย อาทิ ทำเข็มกลัดริบบิ้นดำแสดงความไว้อาลัย กระทงจิ๋วจากใบตอง กระทงกาบกล้วย แม็กเน็ตจากหัวโขน สานปลาตะเพียน พร้อมซุ้มอาหารและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การตกแต่งเสริมสร้างบรรยากาศที่สง่างามและเหมาะสม เพื่อยกระดับงานเทศกาลลอยกระทงให้เป็น “มหาลอยกระทง” และเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและวันพักค้าง รวมถึงเกิดการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา 16.00-22.00 น. (ยกเว้นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เปิดถึงเวลา 23.00 น.) โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานแต่งกายเข้าร่วมงานในชุดสีที่เหมาะสม ชุดสีสุภาพ หรือ ติดริบบิ้นดำ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
8 พฤศจิกายน 2568
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “Maha Loi Krathong @Ayutthaya” โดยปรับรูปแบบการจัดงานในห้วงเวลาของการถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานประเพณีลอยกระทง 🕯️ ร่วมจุดเปรียงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 👑 พบขบวนแห่นางนพมาศ และพิธีจองเปรียง ย้อนสมัยอยุธยาเรืองรอง นำโดย โอปอล สุชาตา Miss World 2025 และทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จ๊ะจ๋า พริมรตา, บิ๊ก ศรุต ✨ การแสดงโดรนแปรอักษรและดอกไม้ไฟโบราณเทิดพระเกียรติ 💫 การประดับตกแต่งไฟสวยงามและซุ้มถ่ายภาพ AI ชุดไทย 🎨 การสาธิตทางวัฒนธรรมและกิจกรรม D.I.Y. พร้อมซุ้มอาหารและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ 🎭 ชมการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ โขน, หนังใหญ่, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, เพลงพื้นบ้านเทิดพระเกียรติ, หุ่นละครเล็ก, ดนตรีไทย ฯลฯ 🎶 ร่วมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยศิลปินชื่อดัง นำโดย กัน นภัทร, เก่ง ธชย, โก้ มิสเตอร์แซกแมน, มี่ เดอะสตาร์, ไรอัล กาจบัณฑิต, VIETRIO, ไข่มุก รุ่งรัตน์, ฟีโน่ เดอะระนาด และ สุนทราภรณ์ งานนี้เข้าชมฟรี! 🌕ระหว่างวันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขอความร่วมมือแต่งกายเข้าร่วมงานใน ชุดไว้ทุกข์ / ชุดสีสุภาพ #MahaLoiKrathong #Ayutthaya #มหาลอยกระทงอยุธยา #ยกระดับประเพณีไทย #สู่เทศกาลระดับนานาชาติ #ททท #TAT #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
4 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของนายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้นายภูวริน บุญภูพันธ์ตันติ ป้องกันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอานนท์ ไชยชาติ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ชปพ.ปค.จ.อย.) ชุดเฉพาะกิจกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉก.บก.อส.จ.อย.) ลงพื้นที่ดำเนินการเรื่องยาเสพติดจากข้อมูลการร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางปะหัน จับกุม นายปกาศิต กุหลาบเพ็ชร อายุ 43 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 220 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 0.7 กรัม จากการที่ปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชายวัยกลางคนมีอาชีพช่างเชื่อมเหล็กลักลอบขายยาบ้าและยาไอซ์ภายในบ้านพักในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลขยาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้สืบสวนหาข่าวในทางลับ และให้สายลับทำการสั่งซื้อยาบ้าจากชายดังกล่าว โดยนัดหมายส่งยาบ้าบริเวณหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งริมถนนทล.หมายเลข 32 เมื่อชายคนดังกล่าว ขับขี่รถจักรยานยนต์มาส่งยาบ้า จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบยาบ้าจำนวน 50 เม็ด ที่นายปกาศิตฯ นำมาด้วย โดยนำตรวจค้นเพิ่มเติมที่บ้านพัก พบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีกจำนวน 170 เม็ด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนง.สอบสวน สภ.บางปะหัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
4 พฤศจิกายน 2568
ไปที่หน้า