วันที่ 3 เมษายน เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมบึงพระราม อาคาร 1 ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานปฐมนิเทศครอบครัวอุปถัมภ์ ตามโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 โดยมีนายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม สำหรับโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” มีกำหนดนำคณะเยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 320 คน เข้าร่วมกิจกรรม จะเข้าพักกับครอบครัวอุปถัมภ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 44 คน 22 ครอบครัว ในระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2569
นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้คัดเลือกครอบครัวอุปถัมภ์ จำนวน 22 ครอบครัว ให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ และเตรียมจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เยาวชนที่ร่วมโครงการได้ร่วมทำกิจกรรม อาทิ กิจกรรมเปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ของพหุวัฒนธรรม ทั้งนี้ ครอบครัวอุปถัมภ์ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการด้วยเพราะระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ของการที่เยาวชนใช้ชีวิตในพื้นที่จะทำให้เยาวชนจะได้รับประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองที่แปลกใหม่จากสังคมที่เยาวชนอาศัยอยู่ หากเยาวชนได้พบครอบครัวอุปถัมภ์ที่ดี ก็จะมีทัศนคติที่ดี และได้รับแรงบันดาลใจกลับไปต่อยอดในการพัฒนาตนเอง การมีทัศนคติที่ถูกต้อง และเป็นเชิงบวกผ่านการซึมชับความอบอุ่นจากการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ตามดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรมกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ที่ร่วมกันมอบอาหารและส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะชีวิต และเปิดประสบการณ์ใหม่แก่เยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มที่ ทั้งจากการได้รับแนวทางที่เป็นประโยชน์จากผู้ให้การสนับสนุนและมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนารูปแบบใฟ้สามารถตอบสนองได้ตรงกับสภาพสังคมปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการปลูกฝังการสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน ดังคำกล่าว เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นผ่นดิน ที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้ดำริเริ่มโครงการ สานใจไทยสู่ใจใต้ ได้เคยกล่าวไว้