วันที่ 22 เมษายน เวลา 18.00 น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ นายอารีย์ วงศ์อารยะ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ประธานกิจกรรม “เปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้อนรับเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์” ในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 โดยมีนางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำเภอ ผู้แทนนายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ครอบครัวอุปถัมภ์เข้าร่วมกิจกรรม
นายอารีย์ วงศ์อารยะ กล่าวว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิถีชีวิตสังคมต่างพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่นับถือต่างศาสนากัน แต่สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างมีความสุข โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 นี้ มีเยาวชนเข้าร่วม โครงการฯ จากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล รวมทั้งสิ้น 320 คน โดยครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีทั้งสิ้น 24 ครอบครัว เยาวชนทั้งหมด 51 คน มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2569 แบ่งเป็นกิจกรรมในค่ายต่างๆ ที่กำหนด รวม 15 วัน และพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ 15 วัน
. โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากดำริของ ฯพณฯ ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารงาน มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดกิจกรรมนำเยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ได้มาใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์ ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงในภาคกลาง ทั้งที่นับถือศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธ เพื่อเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เป็นเครือข่ายครอบครัว อันจะนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นระบบครอบครัวอุปถัมภ์ และสร้างเสริม ให้เกิดความสมานฉันท์ในสังคมไทย