ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้ว่าฯ อยุธยา นำประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจในวาระครบรอบ 100 ปี สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7

22 พฤษภาคม 2569
9
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 3 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจในวาระครบรอบ 100 ปี สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนเข้าร่วมพิธี ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 จากนั้นศาสนพิธีกรอาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร และพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ถวายพระพร ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ จะถวายเครื่องไทยธรรมและทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร แด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป และผู้ว่าฯนำทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรถวายพระสงฆ์ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ได้รับการประกาศสดุดีโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ด้วยการบรรจุพระนามไว้ในโครงการเฉลิมฉลองวาระสำคัญ ประจำปี พ.ศ. 2569–2570 โดยยกย่องพระราชกรณียกิจที่ยังประโยชน์อันไพศาลแก่ราษฎรชาวไทย ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และความเสมอภาคทางเพศ โดยทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีผู้ทรงเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของราชอาณาจักรไทย ด้วยพระราชจริยวัตรอันสุขุม มั่นคง และสง่างาม เปรียบประดุจแสงประทีปที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดแห่งกาลสมัย และเมื่อทรงติดตามเสด็จไปประทับ ณ ต่างประเทศ ก็ทรงประทับเคียงข้างอย่างมิห่างพระวรกาย สะท้อนพระราชปณิธานแห่งความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ และความเข้มแข็งทางพระราชหฤทัย ภายหลังเสด็จนิวัตประเทศไทย พระองค์ได้เสด็จฯ ไปประทับที่พระตำหนักสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี เป็นเวลานานกว่า 18 ปี และเมื่อเสด็จกลับวังศุโขทัยด้วยพระชนมพรรษามากขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อุทิศ วังสวนบ้านแก้ว ให้เป็นรากฐานแห่งการศึกษา และได้พัฒนาเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในปัจจุบัน อันเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สร้างโอกาสและปูเส้นทางสู่อนาคตแก่เยาวชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทรงส่งเสริมการเกษตรและอาชีพท้องถิ่น โดยทรงวางแนวคิดการพัฒนาชุมชนบนหลักการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน