ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ข่าวประชาสัมพันธ์
จำนวนข่าวประชาสัมพันธ์ ทั้งหมด 21,082 รายการ
ตามประกาศองค์การคลังสินค้า ฉบับที่ 39/2569 ลงวันที่ 27 เม.ย. 69 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติการดำเนินโครงการดูดขับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1 ข้อ 7 หลักเกณฑ์การรับซื้อ ข้อ 7.3 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่พิจารณากำหนดราคาข้าวเปลือกที่ความชื้น 15% ประจำวัน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ราคาตลาดในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ทั้งนี้ราคารับซื้อต้องไม่สูงกว่าราคาเป้าหมายนำ ปี 2569 ของข้าวแต่ละชนิดที่ คชก. กำหนดไว้เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 68 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาศัยอำนาจตามคำสั่งที่ 1763/2569 ลงวันที่ 29 เม.ย. 69 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินโครงการดูดชับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหน้าที่และอำนาจ ข้อ 2 กำหนดราคารับซื้ออ้างอิง โดยกำหนดราคาข้าวเปลือก ณ ความชื้นที่ 15% ในแต่ละวัน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ราคาตลาดในการรับชื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร และเผยแพร่ให้โรงสี/สหกรณ์การเกษตรที่เป็นจุดรับซื้อ และเจ้าหน้าที่ อคส. ประจำจุดรับซื้อทราบ ภายในเวลา 09.00 น. จึงกำหนดราคาข้าวเปลือกตามโครงการดูดชับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ราคาตลาดในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ประจำวันที่ 19 พ.ค. 69 ข้าวเปลือกเจ้า 15% ราคาตันละ 8,150 บาท ทั้งนี้ ราคารับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร ตามโครงการดูดขับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 จะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาด บวกเพิ่มไม่เกินตันละ 300 บาท
19 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
ผู้ว่าฯ อยุธยา พร้อม นายกกิตติมศักดิ์สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น ประชุมหารือแนวทางการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา คาดเสร็จทันฉลองความสัมพันธ์ 140 ปี ไทยญี่ปุ่นในปี 2570 วันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมงคลบพิตร (2) อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกกิตติมศักดิ์ สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น รองประธานรองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือแนวทางการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา โดยมี นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ธนารักษ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองนายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 19 มกราคม นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือแนวทางการซ่อมแซมและปรับปรุงศูนย์ฯ ให้ทันสมัย พร้อมกลับมาให้บริการประชาชนอีกครั้ง และในการประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการออกแบบและวางแผนการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการกับประชาชนได้อีกครั้ง ต่อมา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นายกกิตติมศักดิ์ สมาคม ไทย – ญี่ปุ่น รองประธานรองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา โดยมีนายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เพื่อวางแผนการปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์โดยรอบศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยนางกอบกาญจน์กล่าวว่า นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หารือกับสมาคมไทย – ญี่ปุ่น ถึงการซ่อมแซมอาคารและส่วนการจัดแสดงภายในศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเตรียมจัดงานฉลองความสัมพันธ์ไทย – ญีปุ่น ครบ 140 ปี ในปี 2570 โดยให้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกแบบและวางแผนการดำเนินงาน และปรับปรุงพื้นที่อาคาร และภูมิทัศน์โดยรอบ ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อเป็นจุดศึกษาความสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยมองว่าอยุธยานอกจากจะเป็นอดีตเมืองหลวงของสยามที่มีอายุยืนยาวถึง 417 ปี และได้วางรากฐานทางวัฒนธรรมให้กับประเทศไทยสมัยใหม่แล้วยังเคยเป็นศูนย์กลางของสังคมการค้าในอุษาคเนย์ในระยะเวลาหนึ่งด้วย และจัดตั้งขึ้นตามโครงการที่นักวิชาการไทยและนักวิชาการญี่ปุ่นปรับขยายมาจากข้อเสนอเดิมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่นและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเคยเสนอปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่น อยุธยาเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์และศาสนา ทั้งไทย จีน แขก ฝรั่ง และญี่ปุ่นด้วย มีหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นเคยตั้งรกรากที่อยุธยา กระทั่งเกิดเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ถูกปิดลงนานกว่า 2 ปี โดยทางประเทศญี่ปุ่นจะดำเนินการปรับปรุง ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างคุณค่าของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ให้เป็นสถานที่เอาไว้ให้เด็กและเยาวชนและนักท่องเที่ยว ได้ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาที่รุ่งเรือง ทั้งนี้ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่ตั้งอยู่ในเกาะเมือง ติดกับสถาบันราชภัฏอยุธยา และส่วนที่สองอยู่ในหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิม ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใต้วัดพนัญเชิง ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานี เมืองท่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง การปกครอง และการค้ากับต่างประเทศนิทรรศการประกอบด้วยแผนที่และแบบจำลองที่น่าสนใจ เช่น ภาพเขียนสีน้ำมันแผนผังเมืองอยุธยาในสายตาพ่อค้าชาวดัตช์ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แบบจำลองพระราชวังโบราณ วัดไชยวัฒนาราม เพนียดคล้องช้าง และเรือจำลองหลากหลายประเภท อาทิ เรือสำเภาจีน เรือคาร์แรทของสเปนและโปรตุเกส รวมถึงเรือแกลลิออนของฮอลันดา นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองภายในวิหารพระศรีสรรเพชญ์ และแบบจำลองหมู่บ้านและบ้านเรือนราษฎร นับเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาและสยามที่ครบถ้วนและเห็นภาพชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่ง
18 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น.ณ ห้องประชุมชบา โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2567 ติดตามความคืบหน้าการวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนายประพันธ์ ตรีบปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ อุปนายกสมาคมATTA อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เจ้าท่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัวแทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างยั่งยืนมูลค่าสูง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกัน จึงยกเลิกคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 1799/2567 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2567 นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เน้นย้ำถึง “นโยบายการปรับโครงสร้างกระทรวงครั้งใหญ่ที่จะควบรวมมิติการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม” เพื่อขายอัตลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์ของชาติอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังเตรียมผลักดันกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 300-500 บาท เพื่อนำมาจัดทำประกันภัยและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เข้มแข็ง โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวด้านตัวแทนหน่วยงานและภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญของอยุธยาที่แม้จะติด 1 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวของประเทศ แต่ยังมีลักษณะเป็น One-Day Trip หรือการท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับสูงถึงร้อยละ 90 ทำให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อหัวเพียงประมาณ 1,800-2,000 บาท ซึ่งถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพเมืองมรดกโลกประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดฯ และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้นำเสนอกรอบยุทธศาสตร์ 5 แกน และโครงการเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อดึงดูดการค้างคืน อาทิ- River Night Lighting : โครงการติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์ประดับโบราณสถานริมน้ำ 12 แห่ง เพื่อสร้างบรรยากาศการล่องเรือยามค่ำคืน- Global Muay Thai Branding : ยกระดับงานไหว้ครูมวยไทยโลกให้เป็น World Event เพื่อดึงดูดนักมวยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก- Smart Tourism & Data Center : จัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างแม่นยำ- Tourism for All : พัฒนา Infrastructure และ Universal Design เพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีกำลังซื้อสูง- Walking Street & Night Market : สร้างถนนคนเดินถาวรที่บริหารจัดการโดยชุมชน เพื่อเพิ่มกิจกรรมยามค่ำคืน โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขานรับนโยบายโดยเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อจัดทำ แผนแม่บท (Master Plan) และ Action Plan ที่ชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง โดยจะเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจากเกาะเมืองไปยัง 16 อำเภอรอบนอกด้วยระบบขนส่ง EV และการพัฒนาท่าเทียบเรือที่มีอัตลักษณ์สวยงาม ทั้งนี้ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า ทุกสิ่งที่เสนอมาสามารถทำได้จริงด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันและความสามัคคีของทุกภาคส่วน ตนมั่นใจว่ากลไกนี้จะเปลี่ยนอยุธยาให้เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น จ่ายมากขึ้น และอยากกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
18 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพนักจัดการระบบในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (System Manager : SM)ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรนักบริหารจัดการระบบในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ และมีการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบแนวทางการดำเนินงานของนักจัดการระบบในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระดับพื้นที่ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และกล่าวรายงานโดย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องแคทรียา ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
18 พฤษภาคม 2569
. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.45 น. ณ ที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการเปิดตัวกิจกรรม (Kick-off) การจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง โดยมี นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการไปรษณีย์เขต1 หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมกิจกรรม. สำหรับการจัดกิจกรรม Kick-off การจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดภาระ ค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพของประชาชน โดยการนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกไปจำหน่าย ให้ประชาชนอย่างทั่วถึง และเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัดได้ และอำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้มีเครือข่ายรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการดังกล่าวๆ แบ่งเป็น รถยนต์จำนวน 5 คัน รถพวงข้าง จำนวน 6 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน รวมทั้งสิ้น จำนวน 12 คัน จะเริ่มจำหน่ายสินค้าครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่เปิดและตรวจเยี่ยมกิจกรรม (Kick-off) การจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง ในทุกอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
16 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ The Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายและการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้แก่นายจ้าง สถานประกอบการ และองค์กรภาคีเครือข่าย โดยมีนางสาวสุภัญญา แก่นจันทร์ จัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการ จำนวน 400 คน เข้าร่วมโครงการ การอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นายจ้างสถานประกอบการและองค์กรภาคีเครือข่าย ได้รับทราบถึงนโยบายการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของภาครัฐ และมีความรู้ความเข้าใจตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระเบียบและขั้นตอนในการอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนายจ้าง สถานประกอบการ จำนวน 4,666 ราย คนต่างด้าวใบอนุญาตทำงาน จำนวน 48,403คน เป็นแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามมติ ครม. และตาม MOU มีจำนวน 40,148 คน ดังนั้น เพื่อให้นายจ้างสถานประกอบการที่จ้างคนต่างด้าวทำงาน ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้จัดอบรมครั้งนี้ขึ้น ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องการให้สถานประกอบการ ใช้งานระบบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์ e-WorkPermit เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง จึงได้จัดวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ในครั้งนี้
16 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “โอสถสภาอยุธยา หน้าบ้านน่ามอง” ภายใต้โครงการ OSOTSPA GOOD FOR HEART ณ บริเวณหน้าโรงงานโอสถสภา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี คุณประธาน ไชยประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) คุณสาโรจน์ อินทพันธุ์ ผู้บริหาร พนักงานกลุ่มบริษัทโอสถสภา หัวหน้าส่วนราชการ ชุมชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรม นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเป้าหมายในการพัฒนาควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งและเป็นเมืองที่น่าอยู่ สะอาด ร่มรื่น สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ทั้งนี้ ได้กล่าว ชื่นชมกลุ่มบริษัทโอสถสภาที่ริเริ่มโครงการ OSOTSPA GOOD FOR HEART และให้ความสำคัญกับการดูแลปรับปรุงทัศนียภาพบริเวณหน้าโรงงานอย่างเป็นระบบ สะท้อนถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมที่ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับพื้นที่โดยรอบ และได้กล่าวชื่นชมทีมงาน พนักงานจิตอาสา และทุกภาคส่วนที่ร่วมดำเนินกิจกรรม พร้อมแสดงความหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายอื่นร่วมกันดูแลพื้นที่รอบสถานประกอบการ เพื่อร่วมสร้างจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป ภายหลังพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เก็บขยะบริเวณโดยรอบ และกำจัดผักตบชวา ดอกจอก และดอกแหนในแหล่งน้ำใกล้เคียง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และรักษาความสะอาดของชุมชน รวมทั้งร่วมเยี่ยมชมกระบวนการดำเนินงานภายในโรงงานโอสถสภา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคอุตสาหกรรม
16 พฤษภาคม 2569
ข่าวจาก Facebook
ไปที่หน้า